แชร์

เปิดสาเหตุ อาการ "ขี้หนาว" ทำไมยิ่งอายุมาก ยิ่งหนาวง่าย

อัพเดทล่าสุด: 13 พ.ค. 2026
109 ผู้เข้าชม

เปิดสาเหตุ อาการ "ขี้หนาว" ทำไมยิ่งอายุมาก ยิ่งหนาวง่าย

ทำไมยิ่งอายุมาก ยิ่งขี้หนาว?

อาการไวต่อความเย็นที่เพิ่มขึ้นตามวัยมีสาเหตุสำคัญมาจากความเปลี่ยนแปลงของระบบภายในร่างกาย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการรักษาความอบอุ่นและการตอบสนองต่ออุณหภูมิรอบตัวเรา

สาเหตุหลักที่ทำให้เราขี้หนาวขึ้น เมื่อตอนอายุเยอะ

เริ่มต้นที่สมองส่วนที่เรียกว่า "ไฮโปทาลามัส" (Hypothalamus) อวัยวะขนาดจิ๋วส่วนนี้ทำหน้าที่เปรียบเสมือนเครื่องควบคุมอุณหภูมิ หรือ "ระบบเทอร์โมสแตท" (Thermostat) ประจำร่างกาย คอยตรวจจับว่าตอนนี้เลือดของเราเย็นหรือร้อนเกินไป เป็นศูนย์ควบคุมอุณหภูมิที่สำคัญที่สุด ซึ่งทำหน้าที่รักษาอุณหภูมิแกนกลางร่างกายให้อยู่ในระดับสมดุล (ประมาณ 37°C) ด้วยวัยที่มากขึ้น สัญญาณนี้อาจส่งออกไปช้ากว่าเดิม ก็จะทำให้การตอบสนองต่ออุณหภูมิภายนอกทำได้ไม่ไวเท่าตอนสมัยหนุ่ม ๆ สาว ๆ

อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เรารู้สึกหนาวง่ายขึ้นคือเรื่องของ ระบบเผาผลาญ เพราะผลพลอยได้ที่สำคัญมากจากกระบวนการนี้ก็คือ "ความร้อน" ที่ช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายให้คงที่นั่นเอง เมื่อเราอายุมากขึ้น ร่างกายมักจะสูญเสียกล้ามเนื้อมวลกล้ามที่เปรียบเสมือนแหล่งเผาผลาญพลังงานที่สำคัญที่สุด เมื่อการเผาผลาญลดลง พลังงานความร้อนที่ร่างกายผลิตก็น้อยลงตามไปด้วย

อีกทั้งตามกระบวนการชราภาพ ผิวหนังและชั้นไขมันจะบางลง ทำให้ร่างกายขาด "ฉนวนกันความร้อน" ตามธรรมชาติ ความร้อนจึงระบายออกได้ง่ายขึ้นและหลอดเลือดมีความยืดหยุ่นน้อยลง ทำให้เลือดไปเลี้ยงปลายมือปลายเท้าได้ไม่ดีเท่าที่ควร

ที่มา: Feeling colder as you get older? Why it happens and what to do | UCLA Health


บทความที่เกี่ยวข้อง
เช็กด่วน! 5 สัญญาณเตือน กระดูกไม่แข็งแรงเหมือนเก่า
หลายคนอาจเคยชินที่ว่า เรื่องกระดูกเป็นเรื่องของผู้สูงอายุ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น มวลกระดูกจะเริ่มสลายไปโดยที่เราไม่รู้ตัว
คอร์ติซอลพุ่งสูง อาจไม่ได้มาจาก ‘ความเครียด’ อย่างเดียว
หลายคนพอได้ยินคำว่า “คอร์ติซอล” (Cortisol) ก็มักจะนึกถึง “ฮอร์โมนแห่งความเครียด” เป็นอย่างแรก แต่จริงๆ แล้ว ฮอร์โมนตัวนี้มีอะไรซับซ้อนกว่านั้น
เลือกกิน ตามค่า GI เปลี่ยนน้ำตาลพุ่ง เป็นพลังงานนิ่ง
Glycemic Index หรือ ดัชนีน้ำตาล คือ ค่าตัวเลขที่ใช้บ่งบอกความเร็วของอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต (แป้งและน้ำตาล) หลังจากที่เรากินเข้าไป ว่าถูกย่อยและดูดซึมกลายเป็นน้ำตาลในกระแสเลือดได้เร็วแค่ไหน โดยมีเกณฑ์วัดตั้งแต่ 0 ถึง 100
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้