แชร์

เช็กด่วน! 5 สัญญาณเตือน กระดูกไม่แข็งแรงเหมือนเก่า

อัพเดทล่าสุด: 12 พ.ค. 2026
349 ผู้เข้าชม

กระดูกไม่แข็งแรงเหมือนเก่า ดูแลตัวเองอย่างไร?

กระดูกไม่แข็งแรงเหมือนเก่า... สัญญาณเตือนที่ไม่ควรละเลย พร้อมวิธีดูแลตัวเองให้กระดูกสตรอง

หลายคนอาจเคยชินกับประโยคที่ว่า "เรื่องกระดูกเป็นเรื่องของผู้สูงอายุ" แต่ในความเป็นจริงแล้ว มวลกระดูกของมนุษย์เราจะเติบโตจนถึงจุดสูงสุด ในช่วงอายุประมาณ 30 ปี แล้วหลังจากนั้นกระดูกของเราก็จะเริ่มมีการสูญเสียไป ตามอายุ ทำให้ความหนาแน่นค่อยๆ ลดลงตามกาลเวลา อาการเหล่านี้ไม่ได้บอกว่าเป็นแน่นอน แต่เป็นเหมือนสัญญาณเตือนเล็ก ๆ ที่ชวนให้เราหันมาดูแลกระดูกอย่างจริงจัง

  ส่วนสูงลดลงมากกว่า 3-4 ซม. เมื่อเทียบกับตอนยังเป็นหนุ่มเป็นสาว
  เสื้อผ้าเดิมแต่ดูเตี้ยลง หรือคนใกล้ตัวทักว่า “ช่วงนี้ดูหลังงอหรือโก่งขึ้น”
  ปวดหลังแบบเรื้อรัง โดยเฉพาะเวลายืนนาน นั่งนาน หรือปวดแบบหาสาเหตุชัด ๆ ไม่ได้
  ล้มไม่แรงมากแต่เจ็บมากหรือนานผิดปกติ หรือเคยมีกระดูกหักจากเหตุการณ์ที่ดูไม่น่าจะหัก
  รู้สึกไม่มั่นคงเวลาเดิน/ทรงตัว โดยเฉพาะในผู้สูงวัย เพราะถ้าล้มบ่อย ความเสี่ยงกระดูกหักก็สูงขึ้นตามไปด้วย

หากคุณเริ่มรู้สึกปวดเมื่อยตาม รู้สึกกร็อบแกร็บ ๆ นี่คือคู่มือในการกลับมาดูแล "เสาหลักของร่างกาย" ให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

  1. เติมโภชนาการ "วัตถุดิบ" ให้กระดูก
    กระดูกต้องการสารอาหารเฉพาะเจาะจงเพื่อสร้างความหนาแน่นครับ
    แคลเซียม : เป้าหมายคือประมาณ 1,000 - 1,200 มก. ต่อวัน โดยหาได้จาก นม, โยเกิร์ต, ปลาเล็กปลาน้อยที่กินก้างได้, ผักใบเขียวเข้ม (คะน้า, กวางตุ้ง) และเต้าหู้ก้อน
    วิตามินดี : ตัวนี้ไม่ควรละเลยเลยครับ สำคัญมาก เพราะเป็นตัวช่วยในการ "ดูดซึม" แคลเซียม ถ้าขาดวิตามินดี กินแคลเซียมไปเท่าไหร่ร่างกายก็ขับออกหมดครับ แนะนำให้รับแสงแดดอ่อน ๆ ตอนเช้า หรือทานไข่แดงและตับ
    โปรตีน : อย่าลืมว่าโครงสร้างภายในกระดูกคือ คอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง การรับประทานโปรตีนให้เพียงพอจึงช่วยให้กระดูกยืดหยุ่นไม่เปราะหักง่าย
  2. การออกกำลังกาย ให้กระดูกได้ "รับแรง"
    กระดูกจะแข็งแรงขึ้นเมื่อถูกกระตุ้นด้วยแรงกด ไม่ว่าจะจากการเดินเร็ว หรือ วิ่งเหยาะ ๆ การให้เท้ากระแทกพื้นเบา ๆ จะส่งสัญญาณให้ร่างกายสร้างมวลกระดูกเพิ่ม เวทเทรนนิ่ง ก็เป็นการใช้แรงต้าน ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกในจุดที่กล้ามเนื้อยึดเกาะ การฝึกการทรงตัว เช่น โยคะ หรือ พิลาทิส (เพราะสำหรับคนกระดูกไม่แข็งแรง การ "ไม่ล้ม" คือการป้องกันที่ดีที่สุดครับ)
  3. ปรับพฤติกรรมเสี่ยง ทำลายกระดูก
    ลดเค็ม เพราะเกลือจะดึงแคลเซียมออกจากกระดูกและขับออกทางปัสสาวะ เลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและน้ำอัดลม เพราะขัดขวางการสร้างมวลกระดูก งดสูบบุหรี่ เพราะนิโคตินส่งผลเสียต่อเซลล์สร้างกระดูกโดยตรง
  4. ตรวจเช็คให้ชัวร์
    หากรู้สึกว่าร่างกายเปลี่ยนไป หรือมีความเสี่ยง เช่น มีประวัติครอบครัวกระดูกพรุน หรืออยู่ในวัยหมดประจำเดือน แนะนำให้ลองไป ตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก ที่โรงพยาบาลครับ เพื่อดูว่าเราอยู่ในเกณฑ์ "กระดูกบาง" หรือ "กระดูกพรุน" หรือยัง จะได้วางแผนการรักษาหรือเสริมแคลเซียมได้ตรงจุดครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง
Blue Zones Diet เคล็ดลับการกินให้ "อายุยืน"
Blue Zones Diet คือ รูปแบบการกินตามวิถีธรรมชาติ ไม่ได้กินอาหารเสริมหรือทำสูตรลับอะไรพิเศษ แต่กินอาหารธรรมชาติแบบเรียบง่ายเป็นหลัก และใช้ชีวิตที่สมดุล
50 เมนู เสริมโภชนาการ
อาหารเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะสำหรับผู้ป่วย และผู้สูงอายุ นอกจากจะช่วยให้สุขภาพดีแล้ว ยังช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ และเพิ่มคุณภาพชีวิต
คอร์ติซอลพุ่งสูง อาจไม่ได้มาจาก ‘ความเครียด’ อย่างเดียว
หลายคนพอได้ยินคำว่า “คอร์ติซอล” (Cortisol) ก็มักจะนึกถึง “ฮอร์โมนแห่งความเครียด” เป็นอย่างแรก แต่จริงๆ แล้ว ฮอร์โมนตัวนี้มีอะไรซับซ้อนกว่านั้น
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้