แชร์

ผู้สูงอายุ "สำลักอาหาร" อันตรายที่มองข้ามไม่ได้

อัพเดทล่าสุด: 13 มี.ค. 2026
1 ผู้เข้าชม

ผู้สูงอายุ "สำลักอาหาร" อันตรายที่มองข้ามไม่ได้

"แค่ไอ... อาจไม่ใช่แค่สำลักธรรมดา! ปัญหาการสำลักอาหารในผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะครับ เพราะอาจนำไปสู่ภาวะปอดอักเสบติดเชื้อ หรือรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

ทำไมผู้สูงอายุถึงสำลักง่ายกว่าปกติ?

สาเหตุหลักเกิดจากความเสื่อมถอยของร่างกายตามวัย เพราะเมื่ออายุมากขึ้น สภาพร่างกายย่อมมีการเสื่อมตามวัย กลไกการกลืนจะทำงานประสานกันน้อยลง กล้ามเนื้อบริเวณช่องปากและลำคออ่อนแรงลง รวมถึงการผลิตน้ำลายที่ลดน้อยลงทำให้เคี้ยวและกลืนอาหารได้ยากขึ้น

นอกจากนี้ โรคประจำตัวบางอย่าง เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต พาร์กินสัน หรือภาวะสมองเสื่อม ก็ส่งผลโดยตรงต่อระบบประสาทที่ควบคุมการกลืน ทำให้เศษอาหารหรือของเหลวหลุดเข้าไปในหลอดลมแทนที่จะเป็นหลอดอาหารได้

สัญญาณเตือนที่ต้องเฝ้าสังเกต

เราสามารถสังเกตอาการผิดปกติได้หลายระดับ ตั้งแต่ขณะรับประทานอาหารไปจนถึงอาการเรื้อรัง สัญญาณที่พบบ่อยคือ

  • อาการไอหรือสำลักขณะกลืนน้ำหรืออาหาร
  • ต้องกลืนหลายครั้ง จึงจะสามารถกลืนอาหารลงได้
  • เสียงเปลี่ยน (เสียงแหบหรือมีเสียงครืดคราดในลำคอหลังกินเสร็จ)
  • น้ำลายไหล จากการที่ไม่สามารถควบคุมริมฝีปากให้ปิดสนิทได้
  • มีอาหารค้างอยู่ในกระพุ้งแก้มจำนวนมาก

ในรายที่อาการรุนแรงอาจมีภาวะ "การสำลักเงียบ" (Silent Aspiration) ซึ่งไม่มีอาการไอออกมาให้เห็น แต่ผู้ป่วยจะมีไข้บ่อยๆ หรือเป็นปอดบวมโดยไม่ทราบสาเหตุ

วิธีการป้องกัน

การป้องกันอาจเริ่มต้นที่ "สำรับอาหาร" ครับ อย่างการปรับเนื้อสัมผัสอาหารให้เคี้ยวง่ายขึ้น เช่น เป็นอาหารที่สับละเอียด หรือต้มจนเปื่อยนุ่ม ไม่แข็งหรือเหลวจนเกินไป หรือใช้สารเพิ่มความหนืด (Thickener) ผสมในเครื่องดื่มเพื่อไม่ให้ไหลลงคอเร็วจนเกินไป

ในปัจจุบันเรามีเกณฑ์มาตรฐานระดับโลกที่เรียกว่า IDDSI (International Dysphagia Diet Standardisation Initiative) ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเพื่อจำแนกความหนืดของเครื่องดื่มและเนื้อสัมผัสอาหารโดยจะแบ่งออกเป็น 8 ระดับ (0-7) ตามภาพ

มาตรฐาน IDDSI คุณไม่จำเป็นต้องมีเครื่องมือราคาแพงเพื่อวัดความหนืด แต่สามารถใช้ "อุปกรณ์ในครัว" ตรวจสอบได้

  1. การทดสอบด้วยส้อม: สำหรับอาหาร Level 4 และ 5 เมื่อตักขึ้นมา อาหารควรจะตั้งยอดอยู่บนส้อม ไม่ไหลย้อยผ่านซี่ส้อมลงมาอย่างรวดเร็ว
  2. การทดสอบด้วยช้อน: สำหรับอาหารปั่น (Pureed) เมื่อคว่ำช้อนลง อาหารควรจะหลุดออกมาชิ้นเดียวโดยไม่ติดหนึบอยู่บนช้อน ซึ่งแสดงว่ามีความลื่นพอที่จะกลืนได้ง่าย
  3. การทดสอบด้วยไซริงค์: สำหรับเครื่องดื่ม โดยการจับเวลาการไหลของน้ำผ่านกระบอกฉีดยา 10 มล. ภายใน 10 วินาที เพื่อดูว่าปริมาณน้ำที่เหลืออยู่ในกระบอกตรงกับระดับ (Level) ที่ต้องการหรือไม่

นอกจากนี้ "ท่านั่ง" ก็สำคัญมาก ควรนั่งหลังตรง กดคางต่ำขณะรับประทานอาหาร ใช้ช้อนขนาดเล็กหรือจำกัดปริมาณอาหารในแต่ละคำ และไม่ควรนอนทันทีหลังอิ่ม (ควรรออย่างน้อย 30-50 นาที) ที่สำคัญคือต้องลดสิ่งเร้าในระหว่างการรับประทานอาหาร เช่น ไม่ชวนคุยหรือเปิดทีวีทิ้งไว้ เพราะจะทำให้ผู้สูงอายุเสียสมาธิในการกลืนได้

การดูแลผู้สูงอายุที่มีปัญหาการกลืนต้องอาศัยความใจเย็นและช่างสังเกต หากพบว่ามีอาการสำลักบ่อยครั้ง แนะนำให้พาไปพบแพทย์เฉพาะทางหรือนักกิจกรรมบำบัดเพื่อประเมินการกลืน (Swallowing Assessment) ซึ่งอาจมีการฝึกบริหารกล้ามเนื้อปากและคอเพื่อช่วยให้การกลืนมีประสิทธิภาพมากขึ้น การป้องกันตั้งแต่วันนี้จะช่วยลดความเสี่ยงปอดอักเสบและช่วยให้ท่านมีความสุขกับการรับประทานอาหารได้นานขึ้น


 

บทความที่เกี่ยวข้อง
ไขความลับ เบต้ากลูแคน ตัวช่วยปกป้องร่างกาย
เบต้ากลูแคน เป็นสารสกัดที่สามารถพบได้จากหลาย ๆ แหล่งตามธรรมชาติ เช่น ธัญพืช เห็ด ยีสต์ โดยเบต้ากลูแคน 1,3/1,6 -glucan มีประสิทธิภาพสูงสุดในการเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
เจาะลึก โปรตีนพืช มีประโยชน์กับร่างกายอย่างไร
โปรตีน เป็นสารอาหารที่สำคัญที่จำเป็นมากต่อร่างกาย โดยส่วนใหญ่เรามักจะนิยมทานโปรตีนจากสัตว์ แต่โปรตีนจากสัตว์อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพหลายอย่าง ..
50 เมนู เสริมโภชนาการ
อาหารเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะสำหรับผู้ป่วย และผู้สูงอายุ นอกจากจะช่วยให้สุขภาพดีแล้ว ยังช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ และเพิ่มคุณภาพชีวิต
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ