แชร์

ชวนจับตา “ไวรัสฮันตา” เสียชีวิตแล้ว 3 ราย ไทยเฝ้าระวังใกล้ชิด

อัพเดทล่าสุด: 14 พ.ค. 2026
114 ผู้เข้าชม

ชวนจับตา “ไวรัสฮันตา” เสียชีวิตแล้ว 3 ราย ไทยเฝ้าระวังใกล้ชิด

ทั่วโลกกำลังจับตา คลัสเตอร์การระบาดแบบจำกัดวงของ "ไวรัสฮันตา" สายพันธุ์ Andes ที่เชื่อมโยงกับเรือสำรวจท่องเที่ยว MV Hondius หลังพบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตหลายรายระหว่างการเดินทางในมหาสมุทรแอตแลนติก โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ยืนยันว่า ณ วันที่ 8–11 พฤษภาคม มีผู้ป่วยสะสม 8 ราย ในหลายประเทศ ในจำนวนนี้ ยืนยันทางห้องปฏิบัติการแล้ว 6 ราย และเสียชีวิตแล้ว 3 ราย คิดเป็นอัตราป่วยตายราว 38%

ประเด็นที่ทำให้ทั่วโลกเฝ้าระวังคือ เชื้อที่พบเป็น Andes virus (ANDV) ซึ่งแตกต่างจากฮันตาไวรัสส่วนใหญ่ เพราะมีหลักฐานว่า สามารถแพร่จากคนสู่คนได้ในบางกรณี แม้จะยังพบได้น้อยมาก โดย WHO และศูนย์ควบคุมโรคหลายประเทศยังประเมินว่า ความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปอยู่ในระดับต่ำ และยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าจะลุกลามเป็นการระบาดใหญ่แบบโควิด-19

จากรายงานล่าสุด ผู้โดยสารและลูกเรือหลายสิบคนถูกส่งกลับประเทศเพื่อเฝ้าระวังอาการ โดยสหรัฐฯ พบผู้โดยสาร 1 รายตรวจพบเชื้อในระดับอ่อน และอีก 1 รายมีอาการต้องติดตามผลเพิ่มเติม และหลายประเทศในยุโรป รวมถึงอังกฤษ ไอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และเนเธอร์แลนด์ ดำเนินมาตรการกักกันผู้สัมผัสเสี่ยงแล้ว

"สถานการณ์ในประเทศไทย ยังไม่พบผู้ติดเชื้อยืนยัน"

กรมควบคุมโรคได้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังที่ สนามบินนานาชาติ, ท่าเรือ, ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ การติดตามผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง พร้อมอยู่ระหว่างประเมินว่าจะจัดให้ฮันตาไวรัสเป็นโรคติดต่ออันตรายหรือไม่ เพื่อรองรับมาตรการควบคุมหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง

ผู้เชี่ยวชาญไทยระบุว่า แม้ในประเทศไทยจะเคยตรวจพบฮันตาไวรัสในสัตว์ฟันแทะมาก่อน แต่เป็น คนละสายพันธุ์กับ Andes virus ที่กำลังเป็นข่าว และยังไม่มีหลักฐานการแพร่ระบาดในคนภายในประเทศ

รู้จัก "ไวรัสฮันตา" 

ไวรัสฮันตา เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน มีหนูและสัตว์ฟันแทะบางชนิดเป็นแหล่งรังโรคตามธรรมชาติ คนส่วนใหญ่มักติดเชื้อจากการสูดดมฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนปัสสาวะ, อุจจาระ หรือสารคัดหลั่งของหนู โดยเฉพาะในพื้นที่อับอากาศ เช่น ห้องเก็บของ, โกดัง หรือสถานที่รกร้าง อย่างไรก็ตาม โรคนี้ไม่ได้แพร่กระจายง่ายเหมือนโควิด-19 หรือไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อจากสิ่งแวดล้อมมากกว่าการติดต่อระหว่างคนสู่คน แต่สำหรับสายพันธุ์ Andes (สายพันธุ์ที่เป็นข่าว) อาจแพร่ผ่านการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างคนได้ (พบได้น้อย)

อาการเริ่มต้น

อาการส่วนใหญ่จะคล้ายไข้หวัดธรรมดา เช่น

  • ไข้สูง
  • ปวดกล้ามเนื้อ
  • ปวดศีรษะ
  • คลื่นไส้
  • บางรายอาจมีอาการรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ หอบเหนื่อย หายใจล้มเหลว หรือไตวายเฉียบพลัน

นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แนะนำประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัสหนูและสารคัดหลั่งของหนู, รักษาความสะอาดบ้านเรือนและสถานที่ทำงาน, เก็บอาหารในภาชนะปิดมิดชิด, กำจัดขยะอย่างเหมาะสม และปิดช่องทางที่หนูสามารถเข้ามาอาศัยได้ หากจำเป็นต้องทำความสะอาดพื้นที่ที่อาจมีหนู ควรเปิดให้อากาศถ่ายเทก่อน และใช้ผ้าชุบน้ำหรือน้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดทำความสะอาด พร้อมสวมหน้ากากและถุงมือทุกครั้ง เพื่อลดการฟุ้งกระจายของเชื้อในอากาศ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422  

 

ที่มา: WHO, Reuters, the Guardian, กองระบาดวิทยา - สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค



บทความที่เกี่ยวข้อง
แคนเซอร่า ร่วมสนับสนุนงาน “ชีวจิต ROAD SHOW 2026” ณ รพ.เกษมราษฎร์ รามคำแหง
แคนเซอร่า ร่วมสนับสนุนงาน “ชีวจิต ROAD SHOW 2026” ณ รพ.เกษมราษฎร์ รามคำแหง เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา
CANCERA เข้าร่วมกับอย. ในงานมหกรรม "ผลิตภัณฑ์ทางเลือกสุขภาพ"
แคนเซอร่า เข้าร่วมงาน "มหกรรมผลิตภัณฑ์ทางเลือกสุขภาพ" อย. จัดใหญ่ ช้อปของดี ห่างไกลโรค คัดสรรผลิตภัณฑ์อาหารที่ลดหวาน ลดมัน ลดเค็ม ที่ผ่านเกณฑ์รับรองสัญลักษณ์โภชนาการทางเลือกสุขภาพ (Healthier Choice) รวมทั้งมีผลิตภัณฑ์อาหารอื่นๆเพื่อสุขภาพ
ฝุ่นควัน PM 2.5 กระทบปอด เสี่ยงมะเร็ง!
งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่า ฝุ่น PM 2.5 เป็นตัวกระตุ้นที่สำคัญของการเกิดโรคมะเร็งในระยะยาว โดยเฉพาะ มะเร็งปอด: ฝุ่นละอองขนาดเล็กสามารถแทรกซึมเข้าสู่ปอดและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเซลล์เยื่อบุปอด นำไปสู่การเกิดมะเร็งปอด
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้